หากต้องฝืนแล้วจะทนไปเพื่ออะไร ..............
เด็กชายไม่ชอบการคำนวน ไม่สันทัดในการนับเลข และเกลียดการท่องสูตรคูณ เขาไม่ชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์ แต่แม่ของเขาเคี่ยวเข็ญให้เขาร่ำเรียนคณิตศาสตร์เพื่อประโยชน์ในภายภาาคหน้าของเขาและแม่อยากให้เขาเป็นวิศวกร
เด็กสาวไม่ชอบการคำนวน ไม่สันทัดในการนับเลขและเกลียดการท่องสูตรคูณ เธอไม่ชอบเรียนวิชาคณิตศาสตร์และแม่ของเธอปล่อยให้เธอเลือกเรียนตามที่ต้องการเพื่อประโยชน์ในภายภาคหน้าของเธอเพราะแม่ของเธอพร้อมที่จะเห็นอนาคตของเธอ
เด็กชายโตขึ้นและเรียนจบวิศวกรตามที่แม่ต้องการแต่เขาไม่ประสบความสำเร็จในอาชีพของเขา - - - เพราะเขาไม่เคยใส่ใจกับโครงการที่เขาได้รับและทำมันออกมาเพียงแค่เพราะต้องทำ
เด็กสาวโตขึ้นและเรียนจบศิลปศาตร์และเป็นล่ามภาษาต่างประเทศตามที่เธอชอบ - - - เธอประสบความสำเร็จในอาชีพที่เธอรักเพราะเธอใส่ใจกับมัน
..
............
....
.........
ฉันมองเห็นตรรกะง่ายดายที่เกิดขึ้นจากความฝืนใจ
โดยไม่จำเป็นต้องหาหลักฐานใดๆมาอ้างอิง
สิ่งใดก็ตามหากเริ่มต้นที่ต้องบังคับและฝืนใจทำแล้วนั้น
เลิกคาดหวังกับผลลัพท์ที่จะออกมานั้นได้เลย
ฉันไม่นิยมการบังคับฝืนใจตัวเองและรวมไปถึงผู้อื่นด้วย
แต่บางครั้งในเหตุผลที่ฉันคิดเข้าข้างตัวเอง - เอาแต่ได้มากเกินไป
มันก็อาจทำให้ไปบังคับจิตใจคนอื่นเข้าก็เป็นได้
ในบางทีนั้นผลลัพท์ของมันก็ทำเอาฉันรู้สึกสะเทือนเคลื่อนไหวอยู่ในอก
ด้วยเหตุผลเดียวนี้ฉันเลยไม่ต้องการบังคับฝืนใจของใครเข้า
ไม่จำเป็นต้องพยายามทำให้ฉันผ่อนคลาย
................ถ้าคุณเองกำลังเหนื่อยหน่ายและไม่อยากทำ
ไม่จำเป็นต้องพยายามมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างเป็นภาพเดียวกันกับฉัน
................ถ้าคุณมีภาพในใจที่ต่างออกไป
ไม่จำเป็นต้องพยายามเดินตามเส้นทางของฉัน
................ถ้าคุณเองไม่สะดวกใจที่จะเดินไปด้วยกัน
วันนี้ - คุณยังมีความพยายามที่จะฝืนใจตัวเองเพื่อทำทุกอย่างตามเส้นทางที่ฉันปรารถนา
วันต่อไปล่ะ - คุณแน่ใจแล้วหรือว่าความพยายามในการฝืนใจตัวเองของคุณจะยังคงดำเนินได้ต่อไป
อยู่กับฉัน.....
อย่าอยู่กันด้วยความฝืนใจ - - มันเปล่าประโยชน์
เพราะฉันรู้ดีว่าบทสรุปของการฝืนใจกัน......จะเป็นอย่างไร
...
.........
......... สุขสันต์วันครบรอบของเราค่ะ
.
.